ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ยกกระชับ กับ เติมวอลุ่ม ต่างกันอย่างไร

การยกกระชับ (เช่น HIFU, ร้อยไหม) ทำงานโดยดึงหรือกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นไป ส่วนการเติมวอลุ่ม (Filler) ทำงานโดยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัว ทั้งสองวิธีแก้ปัญหาต่างกันและบางครั้งต้องทำร่วมกัน

คำตอบสั้น ๆ

การยกกระชับ (เช่น HIFU, ร้อยไหม) ทำงานโดยดึงหรือกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นไป ส่วนการเติมวอลุ่ม (Filler) ทำงานโดยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัว ทั้งสองวิธีแก้ปัญหาต่างกันและบางครั้งต้องทำร่วมกัน

การยกกระชับ

การยกกระชับใช้พลังงานหรือวัสดุเพื่อดึงผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อน แก้มตก คางเล็กลง

วิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่ HIFU, Ultherapy, Thermage, และร้อยไหม

การเติมวอลุ่ม (Filler)

Filler เติมปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ร่องน้ำตา ขมับ คาง ริมฝีปาก ทำให้หน้าดูเต็มอ่อนเยาว์ขึ้น

Filler ไม่ได้ยกกระชับผิวที่หย่อน แต่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ในผู้ที่มีทั้งผิวหย่อนและปริมาตรลดลง อาจต้องทำทั้งสองวิธี

สิ่งที่แพทย์จะตรวจประเมิน

  • 1. ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
  • 2. ปริมาณการยุบตัวของไขมัน
  • 3. โครงสร้างกระดูกใบหน้า
  • 4. ความคาดหวังของผู้รับบริการ

ใครเหมาะและไม่เหมาะ

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีผิวหย่อน เหมาะกับยกกระชับ
  • ผู้ที่หน้ายุบตัว เหมาะกับ Filler
  • ผู้ที่มีทั้งสองปัญหา ต้องทำร่วมกัน

ไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบนใบหน้า

ความเสี่ยงและข้อจำกัด

การยกกระชับอาจมีอาการบวมชั่วคราว

Filler อาจเกิดก้อนหรือไม่สมมาตร

ทั้งสองวิธีไม่ได้ผลถาวร

ควรกลับไปพบแพทย์เมื่อไร

หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจหรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแก้

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ทำอย่างเดียวพอไหม

ขึ้นอยู่กับปัญหา หากมีทั้งหย่อนและยุบตัว อาจต้องทำทั้งสองอย่าง

ทำพร้อมกันได้ไหม

ได้ แพทย์วางแผนการรักษาให้เหมาะสม

อะไรอยู่นานกว่า

การยกกระชับบางวิธีอยู่ได้ 1-2 ปี Filler อยู่ 6-18 เดือน

ทำไหนเจ็บกว่ากัน

แต่ละวิธีมีความเจ็บต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคและพื้นที่

เขียนโดย หมอเน็ท / Sanambinnam Clinic
อัปเดตล่าสุด 16 มิถุนายน 2569
ข้อความจากแพทย์: เนื้อหานี้เพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น การรักษาจริงต้องประเมินโดยแพทย์โดยตรง ทุกการรักษามีข้อจำกัดและความเสี่ยง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล