HIFU ยกกระชับ
การยกกระชับผิวด้วย HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานคลื่นเสียงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
HIFU คืออะไร ทำอย่างไร
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะจุดส่งพลังงานลึกลงไปยังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเอียงระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อใบหน้า โดยที่ผิวหน้าด้านนอกไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อพลังงานส่งถึงชั้น SMAS จะเกิดจุดร้อนเล็ก ๆ (Thermal Coagulation Points) ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ผลลัพธ์คือผิวกระชับและดูยกขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ที่คลินิกสนามบินน้ำ หมอเน็ทจะประเมินระดับการหย่อนคล้อยก่อนเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ภาพรวมการรักษา HIFU
แนวคิดของ HIFU มีที่มาจากเทคโนโลยีที่ใช้ในทางการแพทย์มาก่อน เช่น การรักษาเนื้องอกโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงทำลายเนื้อเยื่อเป้าหมายโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง เมื่อนำมาปรับใช้ในเวชศาสตร์ความงาม จึงใช้พลังงานต่ำกว่าเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่แทนการทำลาย
ข้อดีหลักของ HIFU คือสามารถส่งพลังงานได้ลึกกว่าเลเซอร์แบบดั้งเดิมมาก เลเซอร์ส่วนใหญ่ส่งพลังงานได้ลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ในขณะที่ HIFU สามารถส่งพลังงานลึกถึง 3-4.5 มิลลิเมตร ซึ่งถึงชั้น SMAS โดยตรง นี่คือชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ยกกระชับใบหน้าดึงเส้นเอาไว้ จึงเป็นที่มาของคำว่า non-surgical facelift ที่มักถูกพูดถึงร่วมกับ HIFU
เครื่อง HIFU ที่ใช้ในคลินิกต่าง ๆ มีหลายแบรนด์ เช่น Ulthera, Doublo Gold, Ultraformer และอื่น ๆ แต่ละแบรนด์มีหัวยิงที่แตกต่างกันทั้งจำนวนจุดยิงต่อเส้น รูปแบบของจุดร้อนที่สร้าง และระดับความลึกที่สามารถตั้งค่าได้ ที่คลินิกสนามบินน้ำ นนทบุรี หมอเน็ทจะเลือกใช้เครื่อง HIFU ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้รับบริการแต่ละคน
เหมาะสำหรับ
- • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง แก้ม และขากรรไกร
- • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม หรือไม่ใช้สารเติมเต็ม
- • ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นเส้นขากรรไกรไม่ชัดเจน แก้มยุบตัวลง
- • ผู้ที่ต้องการรักษาผิวหย่อนบริเวณใบหน้าและลำคอ
- • ผู้ที่สามารถรับความรู้สึกแสบร้อนระหว่างทำได้
ควรปรึกษาแพทย์ก่อน / ไม่เหมาะสำหรับ
- • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะรักษา
- • ผู้ที่มีโลหะในร่างกายบริเวณที่จะรักษา เช่น ฉากกระดูกหรือสกรู
- • ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบรุนแรงหรือโรคผิวหนังที่ยังไม่ควบคุมได้
- ⚠ ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก HIFU อาจให้ผลไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
- ⚠ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปในบริเวณใต้คาง อาจต้องรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
แพทย์จะประเมินอะไรบ้าง
- ระดับการหย่อนคล้อยของผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ โดยให้ผู้รับบริการนั่งตรงและแสดงสีหน้าเพื่อดูกล้ามเนื้อ
- ความหนาของผิวและชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกำหนดระดับความลึกของหัวยิงที่เหมาะสม
- โครงสร้างกระดูกใบหน้าและขากรรไกร เพื่อวางแผนการยิงให้ตรงจุด
- ประวัติการผ่าตัดใบหน้าหรือการรักษายกกระชับที่ผ่านมา
- ประวัติสุขภาพ ยาที่รับประทาน และการแพ้
- อธิบายขอบเขตผลลัพธ์และเวลาที่คาดว่าจะเห็นผล เพื่อให้ความคาดหวังตรงกับความเป็นจริง
ขั้นตอนการทำ HIFU
ประเมินและวางแผน
แพทย์ประเมินระดับการหย่อนคล้อย ความหนาของผิว และโครงสร้างใบหน้า วางแผนจุดยิงและระดับความลึกของหัวยิงที่จะใช้
ทำความสะอาดและใส่ยาชา
ทำความสะอาดผิวหน้าและลำคอ ใส่ยาชาเฉพาะที่ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความรู้สึกแสบร้อนระหว่างการยิง
ยิง HIFU
แพทย์วางหัวยิงบนผิว ยิงคลื่นเสียงเป็นแนวเส้นบนใบหน้าและลำคอ ตามระดับความลึกที่วางแผนไว้ แต่ละจุดจะรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รักษา
ประเมินและให้คำแนะนำ
หลังทำเสร็จ แพทย์จะประคบเย็นและให้คำแนะนำการดูแลตัวเอง เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด และใช้ครีมบำรุงตามที่แนะนำ
ติดตามผล
นัดติดตามผลที่ 1-3 เดือนเพื่อประเมินผลลัพธ์เบื้องต้น และที่ 3-6 เดือนเพื่อดูผลเต็มที่
ระยะเวลาและผลที่คาดว่าจะได้
| ระยะเวลา | ผลที่คาดว่าจะได้ |
|---|---|
| ทันทีหลังทำ | อาจเห็นผิวกระชับเล็กน้อยจากการหดตัวของเนื้อเยื่อทันที |
| 1-3 เดือน | คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้าง ผิวเริ่มดูกระชับขึ้น |
| 3-6 เดือน | ผลลัพธ์เต็มที่ ผิวดูยกขึ้นและกระชับกว่าเดิม |
| 1-2 ปี | ผลค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติ |
| ระยะเวลาทำเซสชัน | ประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รักษา |
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จาก HIFU มักอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สภาพผิว พฤติกรรมการดูแลตัวเอง และระดับความหย่อนคล้อยเดิม ผู้ที่อายุน้อยกว่าและดูแลผิวดีมักได้ผลนานกว่า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และ HIFU ไม่สามารถหยุดกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามวัยได้ จึงอาจต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ หรือผสมผสานกับการรักษาประเภทอื่นเพื่อผลที่ยั่งยืนขึ้น
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
พบได้บ่อย (ชั่วคราว)
- • ผิวแดงและบวมเล็กน้อย 1-3 วัน
- • รู้สึกแสบร้อนและเจ็บระดับปานกลางระหว่างทำ
- • รู้สึกตึงบริเวณที่รักษา
- • รอยช้ำเล็กน้อย (bruising) บางกรณี
พบได้น้อย
- • ความผิดปกติของเส้นประสาทบริเวณใบหน้า (ชั่วคราว)
- • ผิวไหม้จากพลังงานสูงเกิน
- • รอยเปลี่ยนสีผิว (PIH) โดยเฉพาะผิวสีเข้ม
- • ผลลัพธ์ไม่เท่ากันทั้งสองข้าง (asymmetry)
เปรียบเทียบ HIFU กับวิธียกกระชับอื่น
| วิธีรักษา | หลักการ | ระยะผล | ข้อดี | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|---|
| HIFU | คลื่นเสียงส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS | 1-2 ปี | ส่งพลังงานได้ลึกกว่าเลเซอร์ ไม่ผ่าตัด | รู้สึกแสบร้อนระหว่างทำ ผลขึ้นอยู่กับเครื่องและหัวยิง |
| Ulthera | คลื่นเสียง HIFU แบรนด์ Ultherapy รับรอง FDA | 1-2 ปี | ได้รับการรับรองจาก FDA มีการศึกษามากกว่า | มีข้อจำกัดในการปรับตั้งค่า ราคาสูงกว่า |
| Thermage | คลื่นวิทยุ (RF) กระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก | 6-12 เดือน | รู้สึกแสบน้อยกว่า HIFU กระชับทันที | ส่งพลังงานตื้นกว่า HIFU ผลอาจสั้นกว่า |
คำถามที่พบบ่อย
HIFU คืออะไร
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะจุด เพื่อส่งพลังงานลึกลงไปยังชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเอียงที่อยู่ใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อใบหน้า พลังงานนี้ทำให้เนื้อเยื่อเกิดจุดร้อนขึ้น (thermal coagulation points) ซึ่งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวกระชับและยกขึ้น
HIFU ทำแล้วเจ็บไหม
ระหว่างทำ HIFU จะรู้สึกแสบร้อนและเจ็บระดับปานกลางบริเวณที่ยิง โดยเฉพาะบริเวณกรามและขากรรไกร เพราะเป็นจุดที่มีเส้นประสาทอยู่มาก คลินิกส่วนใหญ่จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำเพื่อลดความไม่สบาย ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและระดับพลังงานที่ใช้
HIFU กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร
HIFU เป็นชื่อของเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อยกกระชับผิว ในขณะที่ Ulthera (Ultherapy) เป็นชื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่นำเทคโนโลยี HIFU มาใช้ Ulthera ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ สำหรับการยกกระชับใบหน้าและลำคอ ส่วนเครื่อง HIFU แบรนด์อื่นอาจมีหัวยิงที่แตกต่างกัน ระดับพลังงานที่ใช้ และรูปแบบของจุดร้อนที่สร้าง
HIFU ทำแล้วเห็นผลเมื่อไหร่
ผลเบื้องต้นอาจเห็นได้ทันทีหลังทำ แต่จะเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือนถัดมา เพราะคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาในการสร้าง ผลลัพธ์เต็มที่มักเห็นได้ที่ 3-6 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อยเดิม
HIFU เหมาะกับใคร
HIFU เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย แต่ยังไม่อยากผ่าตัด โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง แก้ม และเส้นขากรรไกร มักเหมาะกับผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตว่าผิวไม่กระชับเท่าเดิม อาจใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ทำ HIFU แล้วต้องพักฟื้นนานไหม
HIFU เป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หลังทำอาจมีผิวแดงเล็กน้อย บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปใน 1-3 วัน ส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยที่สามารถปิดด้วยเครื่องสำอางได้
คำตอบจากหมอที่เกี่ยวข้อง
การรักษาที่เกี่ยวข้อง
นัดปรึกษาการทำ HIFU
📍 คลินิกสนามบินน้ำ — 260/1 ถ.นนทบุรี1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
📞 โทรสอบถาม/นัดหมาย: 086-464-2410
💬 LINE: @clinicsanambinnam
🕐 เปิดทุกวัน 10:30–20:30 น.
เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเชิงการศึกษาเท่านั้น การรักษาจริงต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล