ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงคางให้สมส่วน โดยแพทย์ประจำคลินิกสนามบินน้ำ

ฟิลเลอร์คางคืออะไร

ฟิลเลอร์คางคือการฉีดสารกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าบริเวณคางเพื่อเพิ่มปริมาตรและปรับรูปทรง สามารถช่วยเรื่องคางสั้น คางยุบ มุมคางไม่ชัด หรือคางไม่สมส่วนกับส่วนอื่นของใบหน้า ฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นสารชนิดเดียวกับที่ร่างกายมีอยู่แล้ว จึงสามารถสลายได้ด้วยยาเฉพาะที่หากต้องการย้อนกลับ

ภาพรวมการรักษา

คางที่สมส่วนมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมมองด้านข้าง คางที่สั้นหรือยุบทำให้ใบหน้าดูแบน ส่วนปลายคางที่ไม่ชัดทำให้โครงหน้าขาดความคมชัด ฟิลเลอร์คางเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปรับปรุงจุดเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คางใช้สารกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิวหนังและข้อต่อของมนุษย์ มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำและเกาะตัวกับเนื้อเยื่อได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์บางชนิดมีความหนาแน่นสูงจึงเหมาะกับการเสริมโครงสร้างบริเวณที่ต้องการความคงทน เช่น คาง กระดูกแก้ม

ที่คลินิกสนามบินน้ำ แพทย์จะประเมินโครงสร้างคางและสัดส่วนใบหน้าโดยรวมก่อน เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล การฉีดอาจกระจายหลายจุดบนคาง ทั้งตรงกลางปลายคาง มุมคาง และแนวต่อระหว่างคางกับกระดูกแก้ม เพื่อให้ได้รูปทรงที่เรียบเนียน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีคางสั้นหรือยุบ ทำให้ใบหน้าดูแบนจากด้านข้าง
  • ผู้ที่มุมคางไม่ชัดเจน ทำให้ใบหน้าขาดความคมชัด
  • ผู้ที่คางเอียงเล็กน้อยและต้องการปรับความสมมาตร
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปคางโดยไม่ผ่านการผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการทดลองปรับรูปคางก่อนพิจารณาศัลยกรรม
  • ผู้ที่มีคางที่ยุบตัวลงตามวัย

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน / ไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูรอนิกหรือส่วนประกอบในฟิลเลอร์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีสิวอักเสบรุนแรงบริเวณคาง
  • ผู้ที่มีคางเลื่อนมากจนต้องผ่าตัดแก้ไข
  • ผู้ที่เคยใส่ซิลิโคนหรือสารเติมเต็มถาวรบริเวณคาง ควรแจ้งแพทย์
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ

แพทย์จะประเมินอะไรบ้างก่อนทำฟิลเลอร์คาง

  1. 1. โครงสร้างกระดูกคางและสัดส่วนใบหน้าโดยรวม ทั้งการดูจากด้านหน้าและด้านข้าง
  2. 2. ความสมมาตรของใบหน้า เพื่อดูว่าคางเอียงหรือไม่สมส่วนจากสาเหตุใด
  3. 3. สภาพผิวและชั้นไขมันบริเวณคาง เพื่อวางแผนความลึกของการฉีด
  4. 4. ประวัติสุขภาพ ยาที่รับประทาน และประวัติการแพ้
  5. 5. ความคาดหวังของผู้รับบริการ เพื่ออธิบายขอบเขตผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
  6. 6. การประเมินว่าปัญหาควรแก้ด้วยฟิลเลอร์หรือควรพิจารณาวิธีอื่น เช่น ศัลยกรรมคาง

ขั้นตอนการทำฟิลเลอร์คาง

1

ประเมินและวางแผน

แพทย์ประเมินโครงสร้างคางจากหลายมุมมอง ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และมุม 45 องศา เพื่อวางแผนปริมาณและตำแหน่งการฉีด

2

ทำความสะอาดและปิดผิว

ทำความสะอาดบริเวณคาง อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ทาบนผิวหรือฉีดยาชาเล็กน้อยเพื่อลดความเจ็บ

3

ฉีดฟิลเลอร์

แพทย์ฉีดฟิลเลอร์เข้าบริเวณคาง อาจใช้เทคนิคการฉีดหลายจุดหรือฉีดแบบเส้นยาวตามโครงคาง ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

4

นวดและปรับรูป

แพทย์นวดเบา ๆ เพื่อกระจายฟิลเลอร์ให้เรียบเนียน และปรับรูปทรงให้เข้ากับโครงหน้า

5

ประเมินผลและให้คำแนะนำ

แพทย์ประเมินรูปทรงคางหลังฉีด ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังทำ และนัดติดตามผล

ระยะเวลาและผลที่คาดว่าจะได้

ระยะเวลา ผลที่คาดว่าจะได้
ทันทีหลังฉีดเห็นคางโปร่งขึ้นและรูปทรงเปลี่ยนไปทันที แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อย
1-2 สัปดาห์บวมลดลง รูปทรงคางชัดเจนและเข้ากับใบหน้ามากขึ้น
12-18 เดือนระยะเวลาที่ฟิลเลอร์คงอยู่โดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์และแต่ละบุคคล
ระยะเวลาทำประมาณ 20-30 นาที

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปฟิลเลอร์คางอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ปริมาณที่ฉีด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าส่วนล่าง และอัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคล ฟิลเลอร์บริเวณคางมักคงอยู่ได้นานกว่าบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก เพราะคางมีการเคลื่อนไหวน้อยกว่า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเข้ารับการเติมซ้ำเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

พบได้บ่อย (ชั่วคราว)

  • • รอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • • เจ็บหรือรู้สึกตึงตัวเล็กน้อย
  • • รอยเขียวเล็กน้อย
  • • รู้สึกก้อนเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งค่อย ๆ เรียบเอง

พบได้น้อย

  • • อาการแพ้ ผื่น หรืออักเสบ
  • • ฟิลเลอร์ยุบตัวไม่สม่ำเสมอ ทำให้รูปทรงไม่เรียบ
  • • การกดทับเส้นเลือด (หากฉีดผิดเทคนิค)
  • • การเกิดก้อนหรือติสติกุล (Nodules)

เปรียบเทียบฟิลเลอร์คางกับวิธีอื่น

ตัวเลือก หลักการ ระยะผล เหมาะกับ
ฟิลเลอร์คางฉีดกรดไฮยาลูรอนิกเพื่อเพิ่มปริมาตรคาง12-18 เดือนคางสั้น คางยุบ ต้องการปรับโดยไม่ผ่าตัด
ศัลยกรรมคางผ่าตัดใส่ซิลิโคนหรือปรับกระดูกคางถาวรคางเลื่อนมาก ต้องการปรับโครงสร้างขั้นรุนแรง
บ๊อท็อกซ์กรามลดขนาดกล้ามเนื้อกราม4-6 เดือนกรามใหญ่ ใบหน้ากว้าง

คำถามที่พบบ่อย

ฟิลเลอร์คางคืออะไร

ฟิลเลอร์คางคือการฉีดสารกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าบริเวณคาง เพื่อเพิ่มความโปร่งหรือปรับรูปทรงคางให้ดูสมส่วนกับใบหน้ามากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถปรับทั้งมุมคาง ปลายคาง และระดับความโปร่งได้

ทำฟิลเลอร์คางแล้วเห็นผลเมื่อไหร่

เห็นผลทันทีหลังฉีด เพราะฟิลเลอร์ทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตร อาจมีอาการบวมเล็กน้อยใน 1-2 สัปดาห์แรก เมื่อบวมลดลงจะเห็นรูปทรงคางที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติขึ้น

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทฟิลเลอร์ที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด การเผาผลาญของแต่ละบุคคล และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวบริเวณคาง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

คางไม่สมส่วนทำฟิลเลอร์ได้ไหม

สามารถทำได้หากปัญหาเกิดจากคางที่สั้นเกิน ยุบ หรือมุมคางไม่ชัด แต่หากคางเลื่อนมากหรือมีปัญหาโครงสร้างกระดูกอย่างรุนแรง แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่น เช่น ศัลยกรรมคาง แทน

ทำฟิลเลอร์คางเจ็บไหม

ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผสมยาชา (Lidocaine) อยู่แล้ว จึงมีความเจ็บเล็กน้อยระหว่างฉีด หลังทำอาจมีอาการบวม รอยแดง เล็กน้อย ซึ่งหายไปเองใน 2-3 วัน

ฟิลเลอร์คางกับบ๊อท็อกซ์กรามต่างกันยังไง

ฟิลเลอร์คางปรับรูปทรงคางโดยเพิ่มปริมาตร ส่วนบ๊อท็อกซ์กรามลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเรียวลง ทั้งสองวิธีมีจุดประสงค์ต่างกัน แต่มักใช้ร่วมกันเพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลย์มากขึ้น

คำตอบจากหมอที่เกี่ยวข้อง

การรักษาที่เกี่ยวข้อง

นัดปรึกษาฟิลเลอร์คาง

📍 คลินิกสนามบินน้ำ — 260/1 ถ.นนทบุรี1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

📞 โทรสอบถาม/นัดหมาย: 086-464-2410

💬 LINE: @clinicsanambinnam

🕐 เปิดทุกวัน 10:30–20:30 น.

นัดหมายออนไลน์
เขียนโดย นพ.เน็ท — แพทย์ประจำคลินิกสนามบินน้ำ
ตรวจสอบล่าสุด 16 มิถุนายน 2569

เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเชิงการศึกษาเท่านั้น การรักษาจริงต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล