ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Botox ลดริ้วรอย

การฉีดบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น เส้นหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยหาวตา โดยแพทย์ประจำคลินิกสนามบินน้ำ

บ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยคืออะไร

การฉีดบ๊อท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยเป็นการฉีดสาร Botulinum Toxin Type A เข้ากล้ามเนื้อบริเวณที่เกิดริ้วรอยบนใบหน้า สารนี้ทำงานโดยบล็อกสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง เมื่อกล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวก็ดูตื้นขึ้น ได้รับอนุมัติจากอย. มานานกว่า 20 ปี

ภาพรวมการรักษา

ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือการหดตัวของกล้ามเนื้อใต้ผิวเมื่อเราแสดงสีหน้า เช่น ขมวดคิ้ว กรีดยิ้ม หรือหลับตา ซ้ำไปเรื่อย ๆ ตลอดหลายปี ผิวที่ค่อย ๆ ยืดหยุ่นน้อยลงตามวัยจึงไม่กลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนอายุน้อย ทำให้ริ้วรอยกลายเป็นร่องลึกที่เห็นได้แม้ไม่แสดงสีหน้า

บ๊อท็อกซ์ทำงานได้ดีกับริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหว (Dynamic Wrinkles) ได้แก่ เส้นหน้าผากแนวนอน รอยย่นระหว่างคิ้วที่เห็นได้ชัดเมื่อขมวดคิ้ว และรอยย่นหาวตาที่เห็นเมื่อหลับตาหรือขำ การฉีดบ๊อท็อกซ์ในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้ริ้วรอยเหล่านี้ดูตื้นขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า แต่ยังคงแสดงสีหน้าได้ตามปกติ

สำหรับริ้วรอยที่เห็นได้แม้ไม่แสดงสีหน้า (Static Wrinkles) เช่น ร่องน้ำตาลึกหรือริ้วรอยที่มีอยู่แล้วนานหลายปี อาจต้องใช้บ๊อท็อกซ์ร่วมกับฟิลเลอร์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ที่คลินิกสนามบินน้ำ แพทย์จะประเมินชนิดของริ้วรอยและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีเส้นหน้าผากแนวนอนชัดเจน เห็นมากเวลาขมวดคิ้วหรือยกคิ้ว
  • ผู้ที่มีรอยย่นลึกระหว่างคิ้ว (Glabellar Lines) ทำให้หน้าดูโกรธหรือเครียด
  • ผู้ที่มีรอยย่นหาวตา (Crow Feet) เห็นชัดเวลาขำหรือหลับตา
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าที่เข้าในช่วงวัยที่เริ่มเกิดรอยย่น
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือรักษาด้วยเลเซอร์ขั้นรุนแรง

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน / ไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) หรือกลุ่มอาการ Eaton-Lambert
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของบ๊อท็อกซ์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่รับประทานยากลุ่ม Aminoglycoside ควรแจ้งแพทย์
  • ผู้ที่มีประวัติผ่าตัดใบหน้าหรือมีบาดแผลบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์

แพทย์จะประเมินอะไรบ้างก่อนทำบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอย

  1. 1. การแสดงสีหน้าหลายแบบ เช่น ขมวดคิ้ว ยกคิ้ว ขำ ขมิบตา เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อตัวไหนทำงานมากจนเกิดริ้วรอย
  2. 2. ความลึกและลักษณะของริ้วรอย ทั้งแบบเคลื่อนไหว (Dynamic) และแบบนิ่ง (Static)
  3. 3. ความสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดที่ทำให้ใบหน้าไม่สมมาตร
  4. 4. ประวัติสุขภาพ ยาที่รับประทาน และประวัติการแพ้
  5. 5. ความคาดหวังของผู้รับบริการ รวมถึงการอธิบายว่าบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่การทำให้ใบหน้าเรียบเนียนสนิท

ขั้นตอนการทำบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอย

1

ประเมินและวางแผน

แพทย์ให้ผู้รับบริการแสดงสีหน้าหลายแบบ เพื่อดูกล้ามเนื้อที่ทำงานและระบุตำแหน่งที่เหมาะสมกับการฉีด

2

ทำความสะอาดและทำเครื่องหมายจุด

ทำความสะอาดผิวหน้า ทำเครื่องหมายบนจุดที่จะฉีด อาจใช้น้ำแข็งหรือยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บ

3

ฉีดบ๊อท็อกซ์

ฉีดบ๊อท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อเฉพาะจุดด้วยเข็มละเอียด ตามตำแหน่งที่วางแผนไว้ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

4

ประเมินและให้คำแนะนำ

แพทย์ประเมินผลเบื้องต้น ให้คำแนะนำการดูแลหลังทำ และนัดติดตามผลที่ 2 สัปดาห์

ระยะเวลาและผลที่คาดว่าจะได้

ระยะเวลา ผลที่คาดว่าจะได้
3-5 วันแรกเริ่มเห็นริ้วรอยลดลงเล็กน้อยเมื่อแสดงสีหน้า
2 สัปดาห์เต็มผล ริ้วรอยดูตื้นขึ้นอย่างชัดเจน
4-6 เดือนผลค่อย ๆ กลับคืนสภาพปกติเมื่อกล้ามเนื้อทำงานอีกครั้ง
ระยะเวลาทำประมาณ 15-30 นาที

ผลลัพธ์ของบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลของบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณที่ฉีด บริเวณที่ฉีด รูปแบบการแสดงสีหน้าของแต่ละบุคคล และอัตราการเผาผลาญของร่างกาย บางคนที่ฉีดอย่างสม่ำเสมออาจพบว่าผลยาวนานขึ้นเล็กน้อยในระยะยาวเพราะกล้ามเนื้อมีการหดตัวน้อยลง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

พบได้บ่อย (ชั่วคราว)

  • • เจ็บหรือไม่สบายเล็กน้อยตอนฉีด
  • • รอยเขียวเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • • ปวดหัวเล็กน้อย
  • • บวมหรือรอยแดงเล็กน้อย

พบได้น้อย

  • • คิ้วตกชั่วคราว (PTOSIS) หากสารกระจายถึงกล้ามเนื้อผิดจุด
  • • ตาเบลอหรือมองสองชั้นชั่วคราว
  • • ใบหน้าแข็งหรือแสดงสีหน้าไม่ปกติ (หากฉีดมากเกิน)
  • • อาการแพ้ ผื่น หรืออักเสบ

เปรียบเทียบบ๊อท็อกซ์กับวิธีลดริ้วรอยอื่น

ตัวเลือก หลักการ ระยะผล เหมาะกับ
บ๊อท็อกซ์ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยแบบเคลื่อนไหว4-6 เดือนเส้นหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หาวตา
ฟิลเลอร์เติมปริมาตรด้วยกรดไฮยาลูรอนิก6-18 เดือนร่องลึกแบบนิ่ง ร่องน้ำตา ร่องจมูกริมฝีปาก
เลเซอร์ผิวกระตุ้นคอลลาเจนและสลายเยื่อหุ้มผิวชั้นบนต้องทำหลายเซสชันริ้วรอยตื้น ผิวหยาบกร้าน

คำถามที่พบบ่อย

บ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยได้จริงไหม

บ๊อท็อกซ์ (Botulinum Toxin Type A) ทำงานโดยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวบริเวณที่เกิดริ้วรอย เมื่อกล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าก็จะดูตื้นขึ้น ได้รับอนุมัติจากอย. สำหรับใช้ลดรอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหัวตา

บ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยทำได้ที่บริเวณไหนบ้าง

ตำแหน่งที่ทำได้บ่อย ได้แก่ เส้นหน้าผากแนวนอน (Forehead Lines) รอยย่นระหว่างคิ้ว (Glabellar Lines) รอยย่นหาวตาหรือรอยตาปิด (Crow Feet) และรอยย่นบริเวณจมูก ขอบเขตการฉีดและปริมาณขึ้นอยู่กับประเมินของแพทย์

ทำบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยแล้วหน้าแข็งไหม

เมื่อฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้และใช้ปริมาณที่เหมาะสม หน้าจะไม่แข็ง ยังแสดงสีหน้าได้ตามปกติ ริ้วรอยจะดูตื้นขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า แต่ไม่หายไปทั้งหมด การฉีดมากเกินไปหรือผิดจุดอาจทำให้แสดงสีหน้าผิดปกติได้

บ๊อท็อกซ์กับฟิลเลอร์ต่างกันยังไงในการลดริ้วรอย

บ๊อท็อกซ์เหมาะกับริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหว เช่น เส้นหน้าผากแนวนอน โดยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์เหมาะกับร่องลึกที่เห็นได้แม้ไม่แสดงสีหน้า เช่น ร่องน้ำตาลึก โดยเติมเต็มปริมาตร ทั้งสองอย่างมักใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ริ้วรอยเล็กน้อยต้องทำบ๊อท็อกซ์ไหม

ไม่จำเป็นต้องทำทุกริ้วรอย หากริ้วรอยเล็กน้อยและยังไม่รู้สึกกังวล อาจเลือกจะดูแลผิวด้วยครีมบำรุงและสกรีนกันแดดก่อน การฉีดบ๊อท็อกซ์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่รู้สึกริ้วรอยเหล่านั้นทำให้ใบหน้าดูโทรมหรืออายุเกินไป

บ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอยทำแล้วเห็นผลเมื่อไหร่

ผลเริ่มเห็นได้ประมาณ 3-5 วันหลังฉีด เต็มผลที่ 2 สัปดาห์ ริ้วรอยจะดูตื้นขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า ผลค่อย ๆ กลับคืนสภาพปกติเมื่อกล้ามเนื้อเริ่มทำงานอีกครั้ง โดยทั่วไปที่ 4-6 เดือน

คำตอบจากหมอที่เกี่ยวข้อง

การรักษาที่เกี่ยวข้อง

นัดปรึกษาบ๊อท็อกซ์ลดริ้วรอย

📍 คลินิกสนามบินน้ำ — 260/1 ถ.นนทบุรี1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

📞 โทรสอบถาม/นัดหมาย: 086-464-2410

💬 LINE: @clinicsanambinnam

🕐 เปิดทุกวัน 10:30–20:30 น.

นัดหมายออนไลน์
เขียนโดย นพ.เน็ท — แพทย์ประจำคลินิกสนามบินน้ำ
ตรวจสอบล่าสุด 16 มิถุนายน 2569

เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเชิงการศึกษาเท่านั้น การรักษาจริงต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล