ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฟิลเลอร์ใต้ตา กับไขมันใต้ตา ต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตาคือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมร่องน้ำตา ส่วนไขมันใต้ตาคือไขมันที่สะสมตามธรรมชาติทำให้ใต้ตาดูบวม ทั้งสองอย่างเป็นคนละสิ่งและแนวทางการแก้ไขต่างกัน

คำตอบสั้น ๆ

ฟิลเลอร์ใต้ตาคือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมร่องน้ำตา ส่วนไขมันใต้ตาคือไขมันที่สะสมตามธรรมชาติทำให้ใต้ตาดูบวม ทั้งสองอย่างเป็นคนละสิ่งและแนวทางการแก้ไขต่างกัน

ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการรักษาที่ใช้สารเติมเต็มฉีดเข้าบริเวณร่องน้ำตาเพื่อเติมเต็มส่วนที่ยุบตัวลง ทำให้ใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น

ฟิลเลอร์ไม่ได้แก้ปัญหาไขมันสะสม แต่แก้ปัญหาร่องน้ำตาลึกที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกและผิวตามอายุ

ไขมันใต้ตาคืออะไร

ไขมันใต้ตา (Eye bags) เป็นไขมันที่สะสมอยู่ในเบ้าตา ทำให้ใต้ตาดูบวม การมีไขมันใต้ตามากอาจเป็นกรรมพันธุ์หรือเพิ่มขึ้นตามอายุ

ไขมันใต้ตาไม่สามารถแก้ด้วยฟิลเลอร์ได้ การฉีดฟิลเลอร์ทับลงไปบนไขมันที่บวมอยู่อาจทำให้ใต้ตาดูบวมมากขึ้น

สิ่งที่แพทย์จะตรวจประเมิน

  • 1. ว่าใต้ตาเป็นร่องลึกหรือมีไขมันสะสม
  • 2. โครงสร้างเบ้าตา
  • 3. ความหนาบางของผิวใต้ตา
  • 4. ระดับการยุบตัว

ใครเหมาะและไม่เหมาะ

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีร่องน้ำตาลึกโดยไม่มีไขมันบวม
  • ผู้ที่ใต้ตายุบตัวจากอายุ

ไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตาบวมมาก
  • ผู้ที่ผิวใต้ตาบางมาก

ความเสี่ยงและข้อจำกัด

หากฉีดฟิลเลอร์ทับบนไขมันที่บวม อาจทำให้ใต้ตาดูบวมมากขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้ 6-18 เดือน

ความเสี่ยงจากการฉีดในบริเวณที่มีหลอดเลือดมาก

ควรกลับไปพบแพทย์เมื่อไร

หากไม่แน่ใจว่าปัญหาใต้ตาเป็นร่องลึกหรือไขมันสะสม ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจรักษา

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีทั้งร่องลึกและไขมันบวมทำยังไง

ต้องให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาหลักคืออะไร บางกรณีอาจต้องจัดการไขมันก่อนแล้วค่อยพิจารณาฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ทำให้ไขมันใต้ตาหายไหม

ไม่ได้ ฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มไม่ใช่การลดไขมัน

เครื่องยกกระชับช่วยเรื่องไขมันใต้ตาได้ไหม

อาจช่วยกระชับผิวรอบตาได้บ้าง แต่ไม่ได้ลดไขมันในเบ้าตาโดยตรง

ทำไมต้องประเมินก่อน

เพราะการรักษาต่างกัน การฉีดฟิลเลอร์ผิดประเภทอาจทำให้ดูแย่ลง

เขียนโดย หมอเน็ท / Sanambinnam Clinic
อัปเดตล่าสุด 16 มิถุนายน 2569
ข้อความจากแพทย์: เนื้อหานี้เพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น การรักษาจริงต้องประเมินโดยแพทย์โดยตรง ทุกการรักษามีข้อจำกัดและความเสี่ยง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล